หุ้นโลกพุ่ง น้ำมันดิ่งต่ำ 100 ดอลล์ ทองปรับขึ้น หลังเดโมแครตคว้าชัย ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน หลังพรรคเดโมแครตสามารถกลับมาควบคุมทั้งสองสภาของรัฐสภาสหรัได้ในการเลือกตั้งกลางเทอม ส่งผลให้สถานการณ์ทางการเมืองมีความชัดเจนมากขึ้น และช่วยลดความไม่แน่นอนทางการเมืองอันมาจากการดำเนินนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กดดันตลาดหุ้นมาตลอด 2 ปีที่เขาดำรงตำแหน่งวาระ 2 ชัยชนะดังกล่าวถือเป็นความพ่ายแพ้ครั้งสำคัญของทรัมป์ โดยพรรคเดโมแครตสามารถคว้าชัยชนะอย่างถล่มทลายในพื้นที่ฐานเสียงของพรรครีพับลิกัน ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นในรอบหลายชั่วอายุคน พรรคเดโมแครตยังสามารถคว้าชัยชนะในเขตเลือกตั้งที่ถูกมองว่าเป็นพื้นที่อนุรักษนิยมที่พรรครีพับลิกันจะรักษาไว้ได้อย่างแน่นอนมาอย่างยาวนาน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่เกินคาด ราคาน้ำมันเบรนท์ปรับตัวลดลงเกือบ 9% ปิดที่ 94.62 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 8.98 ดอลลาร์ หรือ 8.7% ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ลดลง 7.97 ดอลลาร์ หรือ 8.3% เหลือ 88.12 ดอลลาร์ โดยราคาน้ำมันดิบในทั้งสองตลาดถือว่าปิดในระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม ขณะนี้ทรัมป์ต้องเลือกระหว่างการยุติสงครามผ่านการเจรจา หรือการยกระดับความขัดแย้งซึ่งมีความเสี่ยงสูงกว่า แหล่งข่าว 2 รายที่ใกล้ชิดกับแวดวงรัฐบาลในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียระบุว่า ทรัมป์ซึ่งมีอำนาจทางการเมืองอ่อนแอลง และต้องเผชิญกับสภาคองเกรสที่พรรคเดโมแครตสามารถจำกัดทางเลือกในการใช้กำลังทหารของเขาได้ ย่อมมีแรงจูงใจมากขึ้นในการแสวงหาข้อตกลง ทำให้การโจมตีอิหร่านเต็มรูปแบบดูเหมือนจะไม่น่าเป็นไปได้แล้วในขณะนี้ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ในพื้นที่ระบุว่า ข้อตกลงที่ทำให้อิหร่านอ้างชัยชนะอย่างชัดเจนและทำให้ทรัมป์ดูเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ อาจกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมหุนหันพลันแล่นได้ไม่ต่างจากการยับยั้งชั่งใจ ทรัมป์กล่าวกับไฟแนนเชียลไทมส์เมื่อวันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน ว่า สหรัฐไม่มีแผนที่จะโจมตีอิหร่านในทันที และยอมรับในวันพุธว่าสงครามอิหร่านมีส่วนทำให้พรรคของเขาพ่ายแพ้อย่างราบคาบในการเลือกตั้งกลางเทอม ที่ทำให้พรรคเดโมแครตได้ครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ในตลาดวอลล์สตรีท ดัชนีหลักทั้ง 3 ดัชนีปิดตลาดปรับตัวขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย กลุ่มการเงิน และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ในขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลดลงมากที่สุด เนื่องจากราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง หลังทรัมป์ยอมรับว่าสงครามอิหร่านมีส่วนทำให้พรรคของเขาพ่ายแพ้การเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย ดัชนีดาวโจนส์อุตสาหกรรมปรับตัวขึ้น 3.03% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 1.58% และดัชนีแนสแด็กคอมโพสิตปรับตัวขึ้น 1.44% ขณะที่ดัชนีเอ็มเอสซีไอ ออลล์-เวิลด์ ซึ่งสะท้อนการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นทั่วโลก เพิ่มขึ้น 1.38% ส่วนดัชนีสต็อกซ์ 600 ของยุโรป ซึ่งทำหน้าที่เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ปรับตัวขึ้น 1.82% แตะระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือน เคลย์ตัน แอลลิสัน ผู้จัดการพอร์ตการลงทุนของไพรม์ แคปิตอล ไฟแนนเชียล กล่าวว่า ตลาดเกลียดความไม่แน่นอน และแม้ว่าผลการเลือกตั้งส่วนใหญ่จะถูกสะท้อนเข้าไปในราคาตลาดล่วงหน้าแล้ว แต่การได้รับการยืนยันผลเมื่อคืนนี้ก็ทำให้ตลาดมีความแน่นอนมากขึ้น ขณะนี้จึงเกิดคำถามว่า ในช่วง 2 ปีข้างหน้า รัฐบาลสหรัฐจะสามารถผลักดันอะไรให้เกิดขึ้นจริงได้บ้าง แต่ตลาดชื่นชอบการได้เห็นว่าประเด็นสำคัญที่เป็นตัวกระตุ้นตลาดได้ข้อยุติแล้ว เงินดอลลาร์สหรัฐก็อ่อนค่าลงในวงกว้าง ส่งผลให้เงินยูโรแข็งค่าขึ้น 0.34% มาอยู่ที่ 1.1231 ดอลลาร์ต่อยูโร ขณะที่เงินปอนด์สเตอร์ลิงแข็งค่าขึ้น 0.44% มาอยู่ที่ 1.347 ดอลลาร์ต่อปอนด์ ด้านเงินเยนญี่ปุ่นและฟรังก์สวิส ซึ่งเป็นสกุลเงินที่นักลงทุนมักถือครองในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ปรับตัวแข็งค่าขึ้น การซื้อขายทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัยพ์ปลอดภัยก็ปรับตัวขึ้น 3.49% มาอยู่ที่ 4,065.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ในตลาดคริปโทเคอร์เรนซี บิตคอยน์ปรับตัวขึ้น 3% มาอยู่ที่ 80,164.99 ดอลลาร์ ขณะที่อีเธอร์เพิ่มขึ้น 5.6% มาอยู่ที่ 2,421.84 ดอลลาร์

QUOTE · 引述
หุ้นโลกพุ่ง น้ำมันดิ่งต่ำ 100 ดอลล์ ทองปรับขึ้น หลังเดโมแครตคว้าชัย ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งเมื่อวันที่