อุกอาจ คนร้ายควงอาก้า ซุ่มยิงทหารพราน ดับสลดต่อหน้าภรรยา คาดกลุ่มเดียวกับยิงผญบ.กลางมัสยิด เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวความคืบหน้ากรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามเอ็ม 16 และอาก้า ซุ่มดักยิง จ.ส.อ.อัตพนธ์ เยาดำ อายุ 46 ปี เจ้าหน้าที่ทหารพรานสังกัดกองร้อยทหารพรานที่ 4810 เสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยม ขณะเดินออกจากบ้านพักของภรรยาเพื่อไปเลื่อนรถยนต์กระบะเข้าบ้าน โดยคนร้ายเปิดฉากยิงถล่มชุดใหญ่จนร่างพรุน ก่อนใช้อาวุธปืนยิงซ้ำอีกนัดบริเวณต้นคอ ขณะที่ภรรยาได้ยินเสียงปืนจึงวิ่งออกจากบ้านหวังเข้าช่วยสามี แต่กลับถูกคนร้ายยิงสวน กระสุนเฉี่ยวศีรษะไปอย่างหวุดหวิด ต้องวิ่งหลบเข้าไปหมอบอยู่ในป่าข้างทาง พร้อมเห็นเหตุการณ์คนร้ายยิงสามีซ้ำต่อหน้าต่อตา ก่อนอาศัยรถจักรยานยนต์ 2 คันมารับพวกหลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อเวลา 19.10 น. วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 บริเวณหมู่บ้านกำปงบือแน หมู่ 6 ต.ริโก๋ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ล่าสุด เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 5 พ.ย.69 พ.ต.อ.ตัรมีซี เจ๊ะดี ผกก.สภ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส พร้อมด้วย ร.ต.ท.กิตติศักดิ์ อ้นชู รองสารวัตรสอบสวน สภ.สุไหงปาดี เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.กองกำกับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เดินทางเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิง จ.ส.อ.อัตพนธ์ เสียชีวิตข้างรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีน้ำตาล ทะเบียน บธ 4603 พัทลุง ซึ่งจอดอยู่บริเวณริมถนนในหมู่บ้านกำปงบือแน หมู่ 6 ต.ริโก๋ ห่างจากบ้านเลขที่ 148 ซึ่งเป็นบ้านพักของ น.ส.วาฮีดา ยีซีมุ อายุ 31 ปี ภรรยาของผู้เสียชีวิต ประมาณ 60 เมตร จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะมีร่องรอยถูกกระสุนปืนของคนร้ายยิงได้รับความเสียหายหลายจุด ทั้งกระจกแคปด้านหลัง กระจกประตูฝั่งคนขับ ฝากระโปรงหน้า และบริเวณด้านล่างของประตูคนขับถูกยิงจนเป็นรูพรุน นอกจากนี้ยังพบกองเลือดและรองเท้าแตะจำนวน 1 คู่ตกอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ ส่วนบริเวณบนถนนและต้นไม้ใหญ่ริมถนนด้านขวามือของรถยนต์กระบะ จำนวน 2 จุด เจ้าหน้าที่ พบปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 และอาก้า ตกอยู่กว่า 20 ปลอก รวมทั้งกระสุนปืนที่คาดว่าคนร้ายคัดออกจากลำกล้องตกอยู่ในบริเวณดังกล่าวอีกจำนวนหนึ่ง จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน เพื่อนำไปตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์และตรวจสอบความเชื่อมโยงกับคดีความมั่นคงอื่นๆ ในพื้นที่ จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ จ.ส.อ.อัตพนธ์ ได้นำกำลังเข้าปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยบริเวณมัสยิดดารุลอิสลาส์ ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุคนร้ายบุกใช้อาวุธปืนยิง นายดรอนิง มือลี อดีตผู้ใหญ่บ้านกูวา จนได้รับบาดเจ็บ เมื่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุแล้วเสร็จ จ.ส.อ.อัตพนธ์ จึงได้ลาพักตามวงรอบและเดินทางกลับไปยังบ้านพักของภรรยา โดย จ.ส.อ.อัตพนธ์ ได้นำรถยนต์กระบะมาจอดไว้บริเวณริมถนนทางเข้าบ้านพักของภรรยา กระทั่งช่วงค่ำได้เดินออกจากบ้านเพื่อจะไปเลื่อนรถยนต์กระบะเข้าบ้าน แต่ระหว่างที่กำลังใช้กุญแจไขประตูรถ กลับถูกคนร้ายจำนวน 2 คน ซึ่งดักซุ่มอยู่ในบริเวณใกล้เคียง แบ่งกำลังกันอยู่ 2 จุด โดยจุดแรกอยู่บริเวณป่ารกทึบด้านหน้ารถยนต์กระบะ ส่วนจุดที่สองอยู่บริเวณต้นไม้ใหญ่ด้านขวามือของรถยนต์กระบะ ใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 และอาก้า เปิดฉากยิงถล่มใส่ จ.ส.อ.อัตพนธ์ อย่างไม่ยั้ง จำนวน 1 ชุดใหญ่ จนล้มลงได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะเดียวกัน น.ส.วาฮีดา ภรรยาของผู้เสียชีวิต ซึ่งอยู่ภายในบ้านพัก ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น จึงเชื่อว่าสามีอาจถูกคนร้ายลอบทำร้าย จึงรีบวิ่งออกจากบ้านเพื่อเข้าไปช่วยเหลือสามี แต่ระหว่างที่กำลังวิ่งเข้าไปยังจุดเกิดเหตุ กลับถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่จำนวน 1 นัด กระสุนพลาดเป้าเฉี่ยวศีรษะไปอย่างหวุดหวิด ทำให้ต้องรีบวิ่งหลบเข้าไปหมอบอยู่ในป่าข้างทางเพื่อเอาชีวิตรอด จากนั้นภรรยาได้เห็นคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงซ้ำใส่ จ.ส.อ.อัตพนธ์ อีก 1 นัด ก่อนที่สามีจะล้มลงกับพื้น โดยมีรถจักรยานยนต์จำนวน 2 คัน ขับเข้ามารับคนร้ายทั้ง 2 คนที่ร่วมก่อเหตุ ซึ่งรออยู่ในบริเวณดังกล่าว ก่อนพากันซ้อนท้ายหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้นำร่างของ จ.ส.อ.อัตพนธ์ ส่งไปชันสูตรพลิกศพที่โรงพยาบาลสุไหงปาดี พบว่าถูกกระสุนปืนของคนร้ายยิงเข้าบริเวณแผ่นหลังทะลุออกด้านหน้าหลายแห่ง จนร่างกายมีบาดแผลเป็นรูพรุน ขาข้างขวาถูกกระสุนปืนจนกระดูกหัก ส่วนแขนซ้ายถูกยิงจนกระดูกหักเช่นกัน นอกจากนี้บริเวณต้นคอยังมีบาดแผลฉกรรจ์ ซึ่งคาดว่าคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนยิงซ้ำก่อนหลบหนี ส่งผลให้ จ.ส.อ.อัตพนธ์ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ต่อมาเวลา 10.00 น. วันเดียวกัน พ.อ.ปัญจพล ทรัพย์บวร ผบ.ฉก.ทพ.48 ได้เดินทางไปร่วมประกอบพิธีอาบน้ำศพและพิธีฝังศพ จ.ส.อ.อัตพนธ์ ณ กูโบร์บ้านกำปงบือแน หมู่ 6 ต.ริโก๋ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส โดยได้พูดคุยแสดงความเสียใจต่อ น.ส.วาฮีดา ภรรยาของผู้เสียชีวิต พร้อมมอบเงินช่วยเหลือและสิ่งของต่าง ๆ จำนวนหนึ่ง เพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนาและทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้เสียชีวิต ท่ามกลางความโศกเศร้าของครอบครัวและผู้ที่มาร่วมพิธี ขณะที่รายงานข่าวจากแหล่งข่าวหน่วยความมั่นคง ซึ่งติดตามความเคลื่อนไหวของสมาชิกแนวร่วมกลุ่มก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ เชื่อว่ากลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุยิง จ.ส.อ.อัตพนธ์ เสียชีวิตในครั้งนี้ อาจเป็นกลุ่มเดียวกันกับที่บุกใช้อาวุธปืนพกขนาด 9 มม. ยิง นายดรอนิง มือลี อดีตผู้ใหญ่บ้านแหนบทองคำ ขณะกำลังประกอบพิธีละหมาดภายในมัสยิดดารุลอิสลาส์ เมื่อช่วงดึกของวันที่ 3 พ.ย. 69 จนได้รับบาดเจ็บ โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงคาดการณ์ว่า หลังจากกลุ่มคนร้ายก่อเหตุยิงอดีตผู้ใหญ่บ้านแล้วเสร็จ อาจพากันหลบหนีขึ้นไปยังเทือกเขาด้านหลังหมู่บ้านกำปงบือแน ก่อนจะย้อนกลับมาก่อเหตุยิงเจ้าหน้าที่ทหารพรานในครั้งนี้ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบความเชื่อมโยงของเหตุการณ์ทั้งสองคดี ด้าน น.ส.วาฮีดา ภรรยาของ จ.ส.อ.อัตพนธ์ ได้เล่าถึงวินาทีชีวิตขณะวิ่งออกจากบ้านเพื่อเข้าไปช่วยสามีว่า หลังจากได้ยินเสียงปืนนัดแรก ตนรีบลงไปเปิดประตูบ้าน เมื่อมองออกไปเห็นเปลวไฟจากปากกระบอกปืนที่คนร้ายยิง จึงรีบกระโดดสวมรองเท้าแล้ววิ่งออกไป โดยวิ่งไปได้ไม่กี่เมตรก็จะถึงตัวสามี พร้อมตะโกนร้องห้ามคนร้ายว่า “พอแล้วๆ” และพยายามตะโกนสุดเสียงเพื่อให้คนร้ายหยุดยิง แต่คนร้ายกลับมองเห็นตน ซึ่งในขณะนั้นสวมชุดละหมาดสีขาว ก่อนใช้อาวุธปืนยิงใส่ทันที โดยเปลวไฟจากปากกระบอกปืนและกระสุนที่ยิงออกมาเฉี่ยวตัวไปอย่างหวุดหวิด ตนจึงรีบหลบเข้าไปในป่าอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะมองเห็นคนร้ายยิงสามีซ้ำอีกครั้งจนล้มลงกับพื้นถนน ศีรษะกระแทกพื้นอย่างแรง ภรรยาผู้เสียชีวิตเล่าต่อว่า หลังจากคนร้ายหลบหนีไปแล้ว ตนรีบเข้าไปดูสามี พบว่าสามียังมีลักษณะคล้ายกำลังหายใจ ดวงตายังปกติ จึงพยายามสัมผัสบริเวณดวงตาและตรวจดูอาการ แต่สุดท้ายพบว่าสามีได้เสียชีวิตแล้ว ท่ามกลางความตกใจและเสียใจอย่างที่สุด เพราะไม่คิดว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและโหดร้ายเช่นนี้ เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความสะเทือนขวัญให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตและประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะภาพเหตุการณ์ที่ภรรยาต้องวิ่งฝ่ากระสุนปืนเข้าไปช่วยสามี แต่กลับถูกคนร้ายยิงสวนจนกระสุนเฉี่ยวศีรษะ ก่อนจะต้องเห็นสามีถูกยิงซ้ำจนเสียชีวิตต่อหน้าต่อตา ซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงยังคงเร่งตรวจสอบพยานหลักฐาน ติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
อุกอาจ คนร้ายควงอาก้า ซุ่มยิงทหารพราน ดับสลดต่อหน้าภรรยา คาดกลุ่มเดียวกับยิงผญบ.กลางมัสยิด เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569







Comments