พณ. เผย ก.ย. ราคานำเข้า 12.3% สูงกว่าส่งออกเพิ่ม3.6% ปัจจัยหลักกำลังซื้อชะลอ สวนทางราคาพลังงาน-อุปสงค์ AI พุ่ง เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า(สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาส่งออก และดัชนีราคานำเข้าของไทย เดือนกันยายน 2569 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ขยายตัวต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากความกังวลด้านอุปทานและความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ผลักดันราคาพลังงานและวัตถุดิบ ประกอบกับต้นทุนชิ้นส่วนการผลิตที่อยู่ในระดับสูง และความต้องการสินค้าเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) และโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล โดยมีรายละเอียด ดังนี้ ดัชนีราคาส่งออก เดือนกันยายน 2569 เท่ากับ 115.4 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.6 (YoY) โดยได้รับแรงหนุนจากความกังวลด้านอุปทาน จากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และสภาพอากาศแปรปรวน ต้นทุนวัตถุดิบและชิ้นส่วนที่อยู่ในระดับสูง รวมถึงอุปสงค์ที่แข็งแกร่งในบางตลาด ส่งผลให้ดัชนีราคาส่งออกปรับสูงขึ้นทุกหมวดสินค้า ประกอบด้วย หมวดสินค้าแร่และเชื้อเพลิง สูงขึ้นร้อยละ 47.4 ตามราคาน้ำมันสำเร็จรูปและน้ำมันดิบ จากความกังวลด้านอุปทานในตะวันออกกลาง หมวดสินค้าเกษตรกรรม สูงขึ้นร้อยละ 9.2 อาทิ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ยางพารา และข้าว ราคาปรับสูงขึ้นตามความกังวลด้านอุปทานและผลผลิตจากสภาพอากาศแปรปรวน โรคระบาด และข้อจำกัดด้านการผลิต หมวดสินค้าอุตสาหกรรม สูงขึ้นร้อยละ 1.8 จากเครื่องคอมพิวเตอร์ และแผงวงจรไฟฟ้า ตามต้นทุนเซมิคอนดักเตอร์ (ชิป) และหน่วยความจำ ท่ามกลางอุปทานตึงตัวและความต้องการสินค้าที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ทองคำได้รับแรงหนุนจากความต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย ส่วนเครื่องปรับอากาศและเม็ดพลาสติก ราคาเพิ่มขึ้นตามต้นทุนโลหะและวัตถุดิบปิโตรเคมีที่อยู่ในระดับสูง และหมวดสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร สูงขึ้นร้อยละ 1.0 อาทิ น้ำตาล และไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ จากความกังวลด้านอุปทานและสภาพอากาศ อาหารทะเลกระป๋อง ตามราคาวัตถุดิบปลาทูน่าที่เพิ่มขึ้น ขณะที่อาหารสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะอาหารสุนัขและแมว ได้รับแรงหนุนจากการขยายตัวของตลาด และความต้องการผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงเพื่อสุขภาพของสัตว์เลี้ยง ดัชนีราคานำเข้า เดือนกันยายน 2569 เท่ากับ 130.7 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 12.3 (YoY) ปัจจัยหลักเป็นผลจากความกังวลด้านอุปทานและความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทำให้ราคาพลังงานขยายตัวในระดับสูง ประกอบกับความต้องการสินค้าวัตถุดิบและทุนเพื่อรองรับการผลิตและการลงทุน ด้าน AI และ Data Center ที่ขยายตัวต่อเนื่อง ส่งผลให้ดัชนีราคานำเข้าปรับสูงขึ้นทุกหมวดสินค้า ประกอบด้วย หมวดสินค้าเชื้อเพลิง สูงขึ้นร้อยละ 45.7 จากราคาน้ำมันดิบ และน้ำมันสำเร็จรูป ตามทิศทางราคาน้ำมันตลาดโลกที่ปรับสูงขึ้นจากความกังวลด้านอุปทาน หมวดสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป สูงขึ้นร้อยละ 9.2 จากอุปกรณ์ ส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ตามการขยายตัวของเทคโนโลยี AI การลงทุนใน Data Center และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ส่งผลให้ความต้องการอุปกรณ์จัดเก็บและประมวลผลข้อมูล รวมถึงความต้องการชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งในภาคอุตสาหกรรม และยานยนต์เพิ่มขึ้น ทองคำ เป็นผลจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก รวมถึงการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ความต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ และเคมีภัณฑ์ ตามความต้องการใช้เป็นวัตถุดิบในภาคอุตสาหกรรมการผลิต และการส่งออก โดยเฉพาะชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมโลหะ และปิโตรเคมี เป็นต้น หมวดสินค้าอุปโภคบริโภค สูงขึ้นร้อยละ 5.9 จากเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม เสื้อผ้า รองเท้าและผลิตภัณฑ์สิ่งทออื่น ๆ และเครื่องใช้เบ็ดเตล็ด ตามต้นทุนการผลิต ที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงความต้องการใช้เพิ่มขึ้น หมวดสินค้าทุน สูงขึ้นร้อยละ 4.9 จากเครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ และเครื่องมือ เครื่องใช้ทางวิทยาศาสตร์ การแพทย์ การทดสอบ ตามความต้องการสินค้าเพื่อรองรับการลงทุน การผลิต และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ขณะที่ความต้องการเครื่องมือแพทย์ มีปัจจัยสนับสนุนจากการเข้าสู่สังคมสูงวัย การเพิ่มขึ้นของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และการลงทุนด้านสาธารณสุข และหมวดยานพาหนะและอุปกรณ์การขนส่ง สูงขึ้นร้อยละ 1.5 จากรถยนต์โดยสารและรถบรรทุก รถยนต์นั่ง รถจักรยานยนต์ และยานพาหนะอื่น ๆ ตามการขยายตัวของการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า และรถยนต์พลังงานทางเลือกเพิ่มขึ้น แนวโน้มดัชนีราคาส่งออก และดัชนีราคานำเข้า เดือนตุลาคม 2569 คาดว่าขยายตัวต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจาก 1.ราคาพลังงานและต้นทุนการขนส่งที่อยู่ในระดับสูง จากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และความกังวลด้านอุปทาน ส่งผลต่อต้นทุนและราคาสินค้าที่เกี่ยวเนื่องปรับสูงขึ้น 2. ราคาชิปและหน่วยความจำ มีแนวโน้มสูงขึ้น จากภาวะอุปทานตึงตัว ขณะที่ความต้องการสินค้าเทคโนโลยี AI และ Data Center ยังคงอยู่ในระดับสูง 3. ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มความเสี่ยงด้านอุปทาน โดยเฉพาะพลังงาน วัตถุดิบ และสินค้าโภคภัณฑ์บางกลุ่ม ซึ่งอาจส่งผ่านไปยังราคาส่งออกและนำเข้า ขณะที่ปัจจัยที่อาจทำให้ดัชนีราคาส่งออก-นำเข้า ขยายตัวต่ำกว่าที่คาด ได้แก่ 1.เศรษฐกิจและอุปสงค์โลกมีแนวโน้มชะลอลง โดยเฉพาะกำลังซื้อในตลาดสำคัญ ซึ่งอาจมีข้อจำกัดในการปรับขึ้นราคาสินค้า 2.อุปสงค์สินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคยังมีข้อจำกัด เนื่องจากหากการลงทุนด้าน AI ชะลอตัว อาจทำให้ความต้องการสินค้าเทคโนโลยีลดลง 3.ราคาพลังงานมีโอกาสชะลอลงหากอุปทานฟื้นตัว ประกอบกับอุปสงค์พลังงานโลกที่อ่อนตัวลง ซึ่งจะลดแรงกดดันต่อราคาสินค้าและวัตถุดิบที่เกี่ยวเนื่อง 4.ความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าระหว่างประเทศ อาจกดดันบรรยากาศการค้าและการลงทุน

QUOTE · 引述
พณ. เผย ก.ย. ราคานำเข้า 12.3% สูงกว่าส่งออกเพิ่ม3.6% ปัจจัยหลักกำลังซื้อชะลอ สวนทางราคาพลังงาน-อุปสงค์ AI พุ่ง เมื่อวันท