หอการค้าไทยมองชัยชนะของพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ ทำให้กลไกตรวจสอบและถ่วงดุลฝ่ายบริหารมีบทบาทมากขึ้น จับตาผลต่อนโยบายภาษี การกีดกันทางการค้า ห่วงโซ่อุปทาน และราคาพลังงาน แต่ยังไม่อาจสรุปว่าสงครามการค้าจะผ่อนคลายทันที พร้อมเดินหน้าความร่วมมือไทย-สหรัฐ และเร่งดูแลขีดแข่งขัน SMEs ไทย ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หอการค้าไทยขอแสดงความยินดีกับพรรคเดโมแครตที่ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐอเมริกา และได้รับเสียงข้างมากทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ผลการเลือกตั้งดังกล่าวสะท้อนเจตจำนงของประชาชนชาวอเมริกัน และเป็นพัฒนาการสำคัญที่ต้องจับตา เนื่องจากสหรัฐมีบทบาทต่อเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และความมั่นคงระหว่างประเทศ ดร.พจน์กล่าวว่า ผลการเลือกตั้งจะนำไปสู่การสร้างสมดุลระหว่างอำนาจฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติมากขึ้น โดยเพิ่มบทบาทการตรวจสอบและถ่วงดุลในการกำหนดนโยบายสำคัญ ทั้งด้านเศรษฐกิจ งบประมาณ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงมีอำนาจบริหารประเทศตามกรอบกฎหมาย จึงต้องติดตามว่าการเปลี่ยนแปลงของดุลอำนาจทางการเมืองจะนำไปสู่การปรับทิศทางนโยบาย หรือการประนีประนอมระหว่างสองพรรคมากน้อยเพียงใด สำหรับมิติการค้าโลก หอการค้าไทยมองว่า ผลการเลือกตั้งอาจส่งผลต่อแนวทางดำเนินนโยบายการค้าของสหรัฐ โดยเฉพาะมาตรการภาษีนำเข้า การกีดกันทางการค้า และการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโลก แม้ฝ่ายนิติบัญญัติจะมีบทบาทตรวจสอบมากขึ้น แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่ามาตรการทางการค้าของสหรัฐจะผ่อนคลายลงทันที เพราะการแข่งขันทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีระหว่างมหาอำนาจ รวมถึงนโยบายสนับสนุนอุตสาหกรรมภายในประเทศ ยังเป็นประเด็นสำคัญของทั้งสองพรรค ด้านราคาพลังงาน ดร.พจน์มองว่า อาจมีสัญญาณเชิงบวก หากการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองนำไปสู่การใช้แนวทางการทูตและการเจรจาเพื่อลดความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน หากสถานการณ์คลี่คลายลงอย่างต่อเนื่อง จะช่วยลดแรงกดดันต่อราคาน้ำมันในตลาดโลก และเป็นผลดีต่อไทยทั้งด้านต้นทุนการผลิต การขนส่ง เงินเฟ้อ และกำลังซื้อของประชาชน แต่ยังต้องติดตามท่าทีของสหรัฐและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิด สำหรับประเทศไทย สหรัฐเป็นตลาดส่งออกสำคัญและเป็นคู่ค้าทางยุทธศาสตร์ ภาคเอกชนไทยจึงต้องติดตามนโยบายการค้าของสหรัฐ ทั้งมาตรการภาษี กฎถิ่นกำเนิดสินค้า และการตรวจสอบการสวมสิทธิทางการค้า พร้อมใช้โอกาสนี้สร้างความเข้าใจและขยายความร่วมมือกับทุกภาคส่วนของสหรัฐ เพื่อรักษาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs ที่อาจได้รับผลกระทบจากความผันผวนของต้นทุนและตลาดส่งออก “สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่เศรษฐกิจโลกจะกลับมามีเสถียรภาพ มีกติกาการค้าที่ชัดเจน เป็นธรรม และคาดการณ์ได้ รวมถึงการลดความขัดแย้งระหว่างประเทศ เพราะปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อความเชื่อมั่น การตัดสินใจลงทุน และความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการทั่วโลก” ดร.พจน์กล่าว ทั้งนี้ หอการค้าไทยพร้อมเดินหน้าส่งเสริมความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจไทย-สหรัฐอย่างต่อเนื่อง ทั้งกับฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และเครือข่ายภาคเอกชนสหรัฐ พร้อมผลักดันการค้า การลงทุน และความร่วมมือในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต รวมถึงยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย ภายใต้แนวทาง Reinvent Thailand เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก อ่านข่าวต้นฉบับ: เอกชนชี้เดโมแครตชนะกลางเทอม สหรัฐเข้าสู่สมดุลอำนาจใหม่ จับตาภาษี-พลังงาน

QUOTE · 引述
หอการค้าไทยมองชัยชนะของพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ ทำให้กลไกตรวจสอบและถ่วงดุลฝ่ายบริหารมีบทบาทมากขึ้น จับตาผ