คปภ.เผยประกันภัยพิบัติบ้านอยู่อาศัย หลังเริ่มคุ้มครอง 1 ต.ค. 2569 มียอดแจ้งเคลมกว่า 1,000 ราย บริษัทประกันทยอยจ่ายสินไหม ย้ำจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นกรณีน้ำท่วม 10,000 บาทตามเงื่อนไข พร้อมผลักดัน AI ประเมินความเสียหาย ลดขั้นตอนสำรวจบ้าน เร่งจ่ายเงินถึงมือประชาชน นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการประกันภัยพิบัติบ้านอยู่อาศัย ซึ่งเริ่มให้ความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2569 ว่า ขณะนี้มีการแจ้งเคลมประกันภัยเข้ามาในระบบแล้วกว่า 1,000 ราย โดยบริษัทประกันภัยอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลและทยอยจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากโครงการเพิ่งเริ่มดำเนินการได้ประมาณ 1 เดือน จึงยังไม่สามารถสรุปยอดความเสียหายและมูลค่าการจ่ายสินไหมที่ชัดเจนได้ โดยได้ประสานให้สมาคมที่เกี่ยวข้องรายงานความคืบหน้าทุก 3 เดือน เพื่อติดตามผลการดำเนินงาน รวมถึงปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้น สำหรับหลักเกณฑ์การจ่ายสินไหมเบื้องต้น กรณีเกิดอุทกภัย หากพื้นที่ประสบเหตุได้รับการประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ และบ้านเรือนของผู้เอาประกันภัยได้รับผลกระทบตามเงื่อนไข จะได้รับเงินช่วยเหลือเบื้องต้น 10,000 บาท โดยไม่จำเป็นต้องรอการสำรวจและประเมินมูลค่าความเสียหายอย่างละเอียดก่อนจ่ายเงินส่วนดังกล่าว ทั้งนี้ มีเป้าหมายให้ประชาชนได้รับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นภายใน 15 วัน เพื่อลดภาระของผู้ประสบภัยและเพิ่มความรวดเร็วในการเยียวยา ส่วนความเสียหายที่เกินกว่าวงเงินเบื้องต้นจะต้องเข้าสู่กระบวนการประเมินความเสียหายและพิจารณาจ่ายสินไหมตามเงื่อนไขความคุ้มครองต่อไป ดัน AI ประเมินความเสียหาย นายชูฉัตร กล่าวว่า การนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยประเมินความเสียหายจากภัยพิบัติ ถือเป็นแนวทางสำคัญที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจ่ายค่าสินไหมทดแทน โดยเฉพาะกรณีเกิดภัยพิบัติเป็นวงกว้าง ซึ่งอาจมีบ้านเรือนจำนวนมากได้รับความเสียหายพร้อมกัน ที่ผ่านมา การประเมินความเสียหายต้องอาศัยเจ้าหน้าที่สำรวจภัยลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านเรือนแต่ละหลัง ทำให้มีต้นทุนสูงและใช้เวลาค่อนข้างมาก หากนำ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลและประเมินความเสียหายเบื้องต้น จะช่วยลดขั้นตอนการทำงานและทำให้ประชาชนได้รับเงินสินไหมรวดเร็วขึ้น ปัจจุบันภาคธุรกิจประกันภัยได้พัฒนาระบบ AI สำหรับประเมินความเสียหายจากภาพถ่ายแล้ว โดยแนวทางการใช้งานคือให้ผู้เอาประกันภัยถ่ายภาพบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย และส่งผ่านระบบหรือแอปพลิเคชันของบริษัทประกันภัย เพื่อให้ AI ช่วยวิเคราะห์ความเสียหายของส่วนต่าง ๆ ภายในบ้าน เช่น หลังคา พื้น และเฟอร์นิเจอร์ที่ติดตั้งถาวร ก่อนนำข้อมูลไปประกอบการพิจารณาค่าสินไหมทดแทน อย่างไรก็ตาม หากเกิดภัยพิบัติรุนแรง โดยเฉพาะน้ำท่วมฉับพลัน ประชาชนควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของตนเองและครอบครัวเป็นอันดับแรก ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงอันตรายเพื่อถ่ายภาพความเสียหายในขณะเกิดเหตุ โดยสามารถเก็บภาพหลักฐานภายหลังเมื่อสถานการณ์คลี่คลายและมีความปลอดภัยแล้ว นายชูฉัตร กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันธุรกิจประกันภัยรถยนต์มีการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ช่วยประเมินความเสียหายจากภาพถ่ายแล้ว โดยสามารถวิเคราะห์ความเสียหายและประเมินค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมเบื้องต้นได้ ช่วยลดระยะเวลาการสำรวจภัยและเพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการลูกค้า แนวทางดังกล่าวจึงสามารถนำมาต่อยอดกับการประกันภัยบ้านอยู่อาศัยและการประกันภัยพิบัติ เพื่อรองรับการแจ้งเคลมจำนวนมากในช่วงที่เกิดภัยธรรมชาติ และลดภาระต้นทุนการสำรวจความเสียหายของบริษัทประกันภัย ทั้งนี้ คปภ.จะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคธุรกิจประกันภัย เพื่อพัฒนาระบบการบริหารจัดการสินไหมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมผลักดันให้ระบบประกันภัยเข้ามามีบทบาทในการบริหารความเสี่ยงจากภัยพิบัติของประเทศ และช่วยให้ประชาชนได้รับการชดเชยความเสียหายอย่างรวดเร็วตามเงื่อนไขความคุ้มครอง อ่านข่าวต้นฉบับ: คปภ. เผยเคลมประกันภัยพิบัติทะลุ 1,000 ราย เร่งจ่ายใน 15 วัน ดัน AI ประเมินเสียหาย

QUOTE · 引述
คปภ.เผยประกันภัยพิบัติบ้านอยู่อาศัย หลังเริ่มคุ้มครอง 1 ต.ค. 2569 มียอดแจ้งเคลมกว่า 1,000 ราย บริษัทประกันทยอยจ่ายสินไหม