ภท.ชงแก้ข้อบังคับสภา11พย. โรมจ่อเรียกโสภณสอบ กกต.แจงคดีสว. ยอมรับยื่นแย้งอำนาจศาลฎีกา ดีเดย์ลุยร้องสัปดาห์หน้าแน่ พร้อมฟ้อง77รายข้อหาฮั้ว เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 11 พฤศจิกายน มีวาระการพิจารณาร่างแก้ไขข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เสนอโดยพรรคภูมิใจไทย เพื่อแก้ไขข้อกำหนดบางประการที่ไม่รองรับกับสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในสภาในปัจจุบัน มีสาระสำคัญ 1.การแก้ไขเพิ่มเติมเรื่องการเพิ่มหรือลดจำนวนคณะกรรมาธิการสามัญ โดยให้ที่ประชุมสภาฯ พิจารณาเพิ่มหรือลดจำนวนกมธ.ได้ตามความเหมาะสม 2.การแก้ไขเรื่องการเรียกเอกสารหรือบุคคลมาชี้แจงต่อกมธ. ต้องได้รับการเห็นชอบจากมติที่ประชุมกมธ.ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกมธ.ทั้งหมด และให้ทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อประธานกมธ. กรณีบุคคลที่ถูกเรียกมาเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ให้ประธานกมธ.แจ้งต่อนายกฯ รัฐมนตรีที่เป็นผู้บังคับบัญชาหน่วยงานที่บุคคลนั้นสังกัดรับทราบ และให้เป็นหน้าที่ของนายกฯ หรือรัฐมนตรีที่รับผิดชอบสั่งการให้บุคคลนั้นมาให้ข้อเท็จจริงตามที่กมธ.เรียก 3.การเลือกประธาน หรือ รองประธานกมธ. หากเสนอชื่อเพียงผู้เดียว ให้ผู้ถูกเสนอชื่อได้รับเลือก ถ้าเสนอหลายชื่อให้ลงคะแนนเป็นการลับ โดยผู้ได้คะแนนสูงสุดเป็นผู้ได้รับเลือก ถ้ามีคะแนนเท่ากันให้ลงคะแนนเลือกใหม่ ถ้าผลคะแนนใหม่ยังมีผู้ได้รับคะแนนเท่ากันให้ใช้วิธีจับสลาก 4.การประชุมสภาฯเป็นไปโดยเปิดเผย เว้นแต่นายกฯ รัฐมนตรี หรือกมธ.มากกว่ากึ่งหนึ่งของทั้งหมด ร้องขอให้ประชุมลับก็ให้ประชุมลับ กรณีประชุมลับ ผู้เข้าฟังการประชุมได้ต้องเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการประชุม โดยได้รับอนุญาตจากประธานที่ประชุมกมธ. 5.การกำหนดให้นายกฯ หรือรัฐมนตรีที่ถูกตั้งกระทู้ถาม ต้องเข้าร่วมการประชุมสภาเพื่อตอบกระทู้ถามด้วยตัวเอง เว้นแต่มีเหตุจำเป็น มิอาจหลีกเลี่ยงได้ อาจขอเลื่อนการตอบกระทู้ถาม หรือมอบหมายให้รัฐมนตรีอื่นตอบกระทู้แทนได้ โดยทำหนังสือยื่นต่อประธานสภาฯก่อนหรือในวันประชุมสภาฯ อาจยื่นทางสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศได้ตามระเบียบที่สภาฯ กำหนด นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า การส่งหนังสือเวียน แนวทางการจัดระเบียบอำนาจกมธ.ทั้ง 35 คณะลงนามโดยนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภานั้น กมธ.กฎหมายฯ ถูกจับตามาก เพราะที่ผ่านมาตรวจสอบหลายเรื่อง ทั้งเงินสินบน 40 ล้านบาท การสอบท้องถิ่น คดียิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ และ โครงการ TH-AI passport ทำให้เกิดความพยายามกินรวบอำนาจในสภา หนังสือแนวทางที่ส่งให้กมธ.ไม่ใช่กฎหมาย ไม่ใช่ระเบียบใดๆ เป็นแพียงแนวทาง จึงไม่สามารถบังคับกมธ.ได้ “วันนี้ กมธ. กฎหมายฯลงมติ 8 ต่อ 0 ไม่รับแนวทางดังกล่าว และมีความเห็นว่าต้องบรรจุเรื่องนี้ในวาระการพิจารณา โดยต้องพูดคุยกันเรื่อง ฐานทางอำนาจในการปฏิบัติของ กมธ. จะเชิญนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ มาพิจารณาในกมธ. คาดว่าในวันที่ 12 พฤศจิกายนนี้ หวังว่านายโสภณจะให้ความร่วมมือชี้แจง” นายรังสิมันต์ กล่าว รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ก่อนหน้านี้ กกต. มีมติส่งเรื่องให้ศาลฎีกาดำเนินคดีอาญากับผู้ที่เกี่ยวข้องรวม 77 ราย โดยจำนวนนี้มี ส.ว. ชุดปัจจุบันรวมอยู่ด้วยถึง 26 ราย ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำร่างคำวินิจฉัยเพื่อยื่นต่อศาลฎีกา คาดว่ากระบวนการจะแล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเอกสารในคดีมีจำนวนมาก อาจต้องใช้เวลาในการจัดเตรียมเพิ่มเติมแต่จะไม่เกินกรอบเวลา 60 วัน กกต.ได้ประสานงานไปยังศาลฎีกาในเบื้องต้นแล้วเกี่ยวกับรูปแบบการรับมอบเอกสาร ว่าจะให้จัดส่งในรูปแบบเอกสารรูปเล่มกระดาษ หรือบรรจุในแฟลชไดรฟ์จำนวนกี่ชุด ซึ่งยังอยู่ระหว่างรอคำตอบรับจากทางศาลฎีกา ขณะเดียวกัน ที่ประชุมกกต.ยังได้พิจารณาร่างคำร้องตามที่นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. เสนอต่อที่ประชุม เพื่อส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ให้พิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของ กกต. ในการจัดให้มีการเลือกส.ว. โดยเน้นย้ำประเด็นข้อกฎหมายว่า การประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือก ส.ว. รวมถึงมติของกกต. กรณีสั่งยกคำร้อง ถือเป็นที่สุดตามกฎหมายหรือไม่ ผลการลงมติในที่ประชุม กกต. ปรากฏว่า มีมติ 5 ต่อ 2 เสียง เห็นชอบให้ส่งคำร้องดังกล่าวให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเป็นการเร่งด่วน คาดว่าจะสามารถยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ภายในสัปดาห์หน้า เช่นเดียวกัน ทั้งนี้ หากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาตามที่กกต.ร้องขอ อาจกระทบโดยตรงต่อคดีตรวจสอบคุณสมบัติ สว. 3 คดีที่ศาลฎีกามีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาก่อนหน้านี้

QUOTE · 引述
ภท.ชงแก้ข้อบังคับสภา11พย. โรมจ่อเรียกโสภณสอบ กกต.แจงคดีสว. ยอมรับยื่นแย้งอำนาจศาลฎีกา ดีเดย์ลุยร้องสัปดาห์หน้าแน่ พร้อมฟ