“โนโว นอร์ดิสค์” ทุ่ม 327 ล้านบาท หนุน “รามาธิบดี” ขยายศูนย์ทดลองทางคลินิก เพิ่มศักยภาพไทยรับงานวิจัยยาระดับโลก ต่อยอดต้านกระแสโรคอ้วน-เบาหวานฉุดเศรษฐกิจไทยระยะยาว ประเมินสร้างความเสียหาย 5% ของ GDP ภายในปี 2603 ศาสตราจารย์คลินิก นพ.อาทิตย์ อังกานนท์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า วิกฤตโรคอ้วนและกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) กำลังกลายเป็นภัยคุกคามเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของไทยในระยะยาว โดยมีการประเมินว่าอาจสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจสูงถึง 850,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นกว่า 5% ของ GDP ภายในปี 2603 ผลสืบเนื่องมาจากสถิติประชากรไทยที่เผชิญปัญหาน้ำหนักเกินและโรคเบาหวานซึ่งขยายตัวอย่างต่อเนื่อง NCDs กดดันเศรษฐกิจ ศ.คลินิก นพ.อาทิตย์เสริมว่า ปัจจุบันผู้ใหญ่ไทย 45% มีภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน ขณะที่มีผู้ป่วยเบาหวานอย่างน้อย 6.1 ล้านคน หรือมีสัดส่วนผู้ป่วยเพิ่มขึ้น 11% ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่ในระบบสาธารณสุข แต่ยังเชื่อมโยงถึงต้นทุนทางเศรษฐกิจและผลิตภาพแรงงาน โดยในปี 2562 โรคอ้วนและโรคทางเมแทบอลิกสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจแล้วกว่า 220,000 ล้านบาท หรือมากกว่า 1.2% ของ GDP และหากไม่มีมาตรการจัดการอย่างจริงจัง คาดว่าความสูญเสียจะเพิ่มขึ้นเป็น 850,000 ล้านบาท หรือ 5% ของ GDP ภายในปี 2603 สถานการณ์ดังกล่าวทำให้การพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์มีความสำคัญมากขึ้น ทั้งในแง่การเพิ่มทางเลือกในการรักษาและการลดภาระทางเศรษฐกิจจากโรคเรื้อรังในระยะยาว จีฮาน เซอร์ดาร์ คิซิลซิก ศาสตราจารย์คลินิก นพ.อาทิตย์ อังกานนท์ ดีลโนโว นอร์ดิสค์ลงทุน 327 ล. ด้วยเหตุนี้โรงพยาบาลจึงลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) ร่วมกับบริษัท โนโว นอร์ดิสค์ ฟาร์มา (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อยกระดับไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการทดลองทางคลินิก (Clinical Trial Hub)ในระดับภูมิภาค เสริมศักยภาพการรองรับงานวิจัยและพัฒนายานวัตกรรมระดับโลก ตามบันทึกข้อตกลง นี้ โนโว นอร์ดิสค์จะขยายการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) ในไทยอย่างต่อเนื่อง โดยสนับสนุนงบประมาณรวม 327 ล้านบาท ในช่วงปี 2566-2568 ซึ่งคาดว่าจะสร้างมูลค่าหมุนเวียนกลับคืนสู่ระบบเศรษฐกิจไทยสูงถึง 345 ล้านบาท พร้อมส่งเสริมการจ้างงานทักษะสูงเกือบ 470 อัตรา สปีดพัฒนายาเร็ว 2 เท่า นายจีฮาน เซอร์ดาร์ คิซิลซิก ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โนโว นอร์ดิสค์ ฟาร์มา (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทมุ่งพัฒนานวัตกรรมด้านโรคเบาหวานและโรคอ้วน ควบคู่กับการขยายการวิจัยไปสู่กลุ่มโรคหายากและโรคร่วมทางหัวใจและหลอดเลือด โดยตั้งเป้าเพิ่มความเร็วในการพัฒนายาเป็น 2 เท่า ลดระยะเวลาการเริ่มต้นกระบวนการวิจัยลงครึ่งหนึ่ง และผลักดันให้สามารถได้รับการอนุมัติวางจำหน่ายภายใน 5 ปี นับจากการให้ยาในมนุษย์ครั้งแรก พร้อมนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาใช้ตลอดกระบวนการพัฒนา ทั้งนี้ การพัฒนางานวิจัยทางคลินิกจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือกับโรงพยาบาลและศูนย์วิจัย เพื่อรองรับการทดลองยาและสร้างเครือข่ายการวิจัยในระยะยาว รามาฯ ขยายพื้นที่วิจัย ด้าน ศ.คลินิก นพ.อาทิตย์กล่าวต่อไปว่า ประเทศไทยมีศักยภาพในการเป็นฐานการทดลองทางคลินิกของภูมิภาค จากความพร้อมของบุคลากรทางการแพทย์ โครงสร้างพื้นฐานของศูนย์วิจัย และจำนวนประชากรที่มีกลุ่มผู้ป่วยโรค NCDs จำนวนมาก เมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค เช่น สิงคโปร์และมาเลเซีย ไทยมีขนาดประชากรมากกว่าและกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทำให้มีโอกาสในการคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างสำหรับการวิจัยทางคลินิกได้หลากหลาย หากสามารถพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้รองรับมาตรฐานสากลได้ ปัจจุบันโรงพยาบาลรองรับผู้ป่วยกว่า 2.5 ล้านคนต่อปี ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยกลุ่ม NCDs ประมาณ 50% จึงขยายพื้นที่ให้บริการทดลองทางคลินิกจาก 139 ตารางเมตร เป็น 705 ตารางเมตร เพื่อรองรับการขยายตัวของงานวิจัย ทั้งนี้โรงพยาบาลเตรียมเปิดสาขาบริการทดลองทางคลินิกแห่งใหม่ที่สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ (CNMI) ในไตรมาสแรกปี 2570 พร้อมเชื่อมโยงฐานข้อมูลทางการแพทย์ จากโรงเรียนแพทย์ 8 แห่ง และมีแผนขยายเครือข่ายไปยังโรงพยาบาลศูนย์ของกระทรวงสาธารณสุขทั่วประเทศ การขยายเครือข่ายดังกล่าวจะช่วยเพิ่ม ขีดความสามารถในการรองรับการทดลองทางคลินิก และเปิดโอกาสให้ โรงพยาบาลในภูมิภาคเข้ามามีส่วนร่วมกับ งานวิจัยมากขึ้น เปิดทางผู้ป่วยเข้าถึงยานวัตกรรม ศ.คลินิก นพ.อาทิตย์กล่าวว่า อีกด้านหนึ่งความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาลและโนโวฯ มีเป้าหมายในการเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยเข้าถึงยานวัตกรรมผ่านโครงการ Patient Access Program โดยผู้ป่วยในเครือข่ายการวิจัยจะมีโอกาสเข้าถึงยาที่อยู่ระหว่างการพัฒนาได้เร็วขึ้นและในราคาที่เข้าถึงได้ ก่อนเข้าสู่ตลาดตามปกติ ความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยไทยเข้าถึงนวัตกรรมทางการแพทย์ ขณะเดียวกันยังเป็นการพัฒนาศักยภาพของระบบวิจัยทางคลินิกในประเทศ โดยความร่วมมือครั้งนี้เป็นการต่อยอดความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเดนมาร์ก จากความร่วมมือระดับรัฐบาล (G2G) ไปสู่ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในด้านสาธารณสุขและการพัฒนาคุณภาพชีวิต “ทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมยาในอนาคตไม่ได้มุ่งเพียงการรักษาเมื่อเกิดภาวะแทรกซ้อน แต่ให้ความสำคัญกับการป้องกันโรค เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพดีและมีอายุยืนยาวขึ้น” ศ.คลินิก นพ.อาทิตย์กล่าวทิ้งท้าย อ่านข่าวต้นฉบับ: รามาผนึกโนโวนอร์ดิสค์ ลงทุน 327 ล้านปั้นฮับวิจัย
“โนโว นอร์ดิสค์” ทุ่ม 327 ล้านบาท หนุน “รามาธิบดี” ขยายศูนย์ทดลองทางคลินิก เพิ่มศักยภาพไทยรับงานวิจัยยาระดับโลก ต่อยอดต้






Comments