“เปลี่ยนวิธีคิด พลิกชีวิตเกษตรกร” ถอดบทเรียน ‘ยิ่งไพศาลการเกษตร’ SME จากลำพูนที่โตแบบก้าวกระโดด บางครั้งการเติบโตของธุรกิจไม่ได้เริ่มต้นจากแผนใหญ่โต แต่สำหรับบางคน อาจเริ่มจากคำถามเรียบง่ายเพียงข้อเดียวว่า “ถ้าเรากล้าที่จะลองเปลี่ยน เราจะพาคนของเราไปไกลกว่านี้ได้แค่ไหน” สำหรับ ไพศาล สมศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัทยิ่งไพศาลการเกษตร จำกัด คำถามนี้เกิดขึ้นจากความตั้งใจในฐานะผู้ประกอบการชาวลำพูนคนหนึ่ง ที่อยากเห็นพืชผลเกษตรของภาคเหนือมีศักยภาพมากพอที่จะเดินทางไปได้ไกลกว่าที่เคย เพราะตลอดเวลาที่เติบโตมากับสินค้าเกษตรเหล่านี้ เขาได้เห็นทั้งคุณค่า ขณะเดียวกันก็เห็นถึงข้อจำกัดที่เกษตรกรต้องเผชิญ ทั้งเรื่องคุณภาพ มาตรฐาน ตลาด และความมั่นคงของรายได้ จึงนำไปสู่การกล้าที่จะเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ที่ไม่เคยทำมาก่อน ทั้งการปรับวิธีคิด วิธีผลิต และวิธีดูแลเกษตรกรในเครือข่าย จุดเปลี่ยนสำคัญ: จากแนวคิดสู่การลงมือทำจริงร่วมกับ CPF ระหว่างทาง การเข้าร่วมโครงการ Partner to Grow ร่วมกับ CPF ในฐานะคู่ค้า ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้แนวคิดที่เคยวาดไว้ เปลี่ยนไปเป็นการลงมือทำจริง ไพศาล เล่าว่า “สินค้าเกษตรภาคเหนือเป็นผลผลิตที่เราคุ้นเคย ทั้งกระเทียม หอมแดง หอมหัวใหญ่ และผักสด เราจึงอยากต่อยอดสิ่งที่เกษตรกรในพื้นที่มีอยู่แล้ว ให้ขายได้ดีขึ้น มีคุณภาพมากขึ้น และสร้างโอกาสในการมีรายได้ที่มั่นคงกว่าเดิม” ประโยคนี้อาจฟังดูเรียบง่าย แต่เป็นเหมือนรากการเติบโตของบริษัทยิ่งไพศาลการเกษตร ธุรกิจผลิตและจำหน่ายสินค้าเกษตรที่ดำเนินกิจการมากว่า 17 ปี และมีเครือข่ายเกษตรกรกว่า 200 รายทั่วภาคเหนือ ครอบคลุมตั้งแต่เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน ไปจนถึงแม่ฮ่องสอน และในสิ้นปีนี้ กำลังขยายสาขาใหม่อีก 2 แห่ง ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา ยิ่งไพศาลการเกษตรไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงตัวกลางที่แค่ซื้อมาและขายไป แต่ด้วยความเป็นคนพื้นที่และเข้าใจในสินค้า ธุรกิจจึงดูแลครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งการวางแผนเพาะปลูก การส่งเสริมกระบวนการผลิต การควบคุมคุณภาพ ไปจนถึงการส่งมอบสินค้าให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า ทั้งด้านปริมาณและเวลา โครงการ Partner to Grow: โค้ชผู้ชวนคู่ค้า “กล้าออกจากกรอบเดิม”“ถ้าเราทำแบบเดิม ผลลัพธ์ก็ออกมาเหมือนเดิม แต่ทุกวันนี้ธุรกิจก็เปลี่ยนเร็วขึ้น เราก็ต้องปรับตัวให้ทัน ยิ่งได้มาจับมือเป็นคู่ค้ากับ CPF ก็ทำให้เราได้ลองเปลี่ยนแปลงมากขึ้น และเห็นแนวทางที่จะพัฒนาธุรกิจของเรา สิ่งที่สัมผัสได้คือ CPF ไม่ได้มองเราเป็นแค่คู่ค้า แต่มองเห็นเป้าหมายเดียวกันและผลักดันให้ยิ่งไพศาลการเกษตรเป็นหนึ่งในฟันเฟืองที่จะร่วมพัฒนาเกษตรกรไปพร้อมกัน” เมื่อ CPF ริเริ่มโครงการ Partner to Grow โครงการที่มุ่งเสริมศักยภาพคู่ค้าธุรกิจ ทั้งกลุ่ม SME และคู่ค้าในห่วงโซ่อุปทาน ราว 4 ปีก่อน ยิ่งไพศาลการเกษตรจึงตัดสินใจเข้าร่วมทันที โดยสำหรับไพศาล การเข้าร่วมโครงการนี้เป็นเหมือนช่วงเวลาที่ทำให้ได้กลับไปทบทวนธุรกิจของตนเองใหม่อีกครั้ง ซึ่ง CPF เข้ามาเป็นเพื่อนร่วมทาง และทำหน้าที่โค้ชชิ่ง คอยชวนคิด ชวนวางแผน เพื่อให้คู่ค้า “กล้าออกจากกรอบเดิม” ไปสู่การสร้างผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ และสร้างความหมายต่อการเติบโตของธุรกิจมากขึ้น กล้าลงทุนในนวัตกรรม: เพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพมาตรฐานสากล ก่อนหน้านี้ กระบวนการผลิตบางขั้นตอนของยิ่งไพศาลการเกษตรยังต้องพึ่งพาแรงงานจำนวนมาก เมื่อมีคำสั่งซื้อเร่งด่วน หรือมีพนักงานลางาน กระบวนการผลิตอาจสะดุดและส่งผลต่อการจัดส่ง แต่หลังจากได้รับคำแนะนำจาก CPF บริษัทฯ จึงเริ่มนำทีมงานทั้งฝั่งที่ช่วยดูเรื่องซื้อวัตถุดิบ และฝั่งวิศวะกรรมที่ช่วยดูด้านนวัตกรรมและเครื่องจักร เพื่อนำเข้ามาช่วยในกระบวนการผลิต เช่น เครื่องปอกหอม เครื่องล้างผัก และเครื่องคัดหรือปอกกระเทียม เพื่อลดข้อจำกัดด้านแรงงาน เพิ่มความเร็วในการผลิต และทำให้การส่งมอบสินค้าตอบโจทย์ทั้งคุณภาพ ปริมาณ และความตรงต่อเวลา “ความประทับใจของเราคือ ฝ่ายจัดซื้อของ CPF เป็นมากกว่าแค่ฝ่ายจัดซื้อที่เข้ามาดูเรื่องสินค้า แต่เขาทำหน้าที่เป็นคนที่ช่วยเดินข้าง ๆ แล้วช่วยแนะนำขั้นตอนการทำงานที่ละเอียดและเป็นสากล รวมถึงนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ช่วยให้เราทำงานได้ดีขึ้น นี่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เรากล้าลอง พอเปรียบเทียบก่อนและหลัง เห็นได้ชัดว่าคุณภาพสินค้าและสัดส่วนดีขึ้นกว่าแต่ก่อนราว 50 เปอร์เซ็นต์ ที่สำคัญคือเราควบคุมได้ เมื่อมีคำสั่งซื้อเร่งด่วน เราก็ตอบสนองได้รวดเร็ว ตอนนี้คิดเป็นเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ของกำลังการผลิตเดิม เพราะในสายพานการผลิต การควบคุมเวลาและคุณภาพคือสิ่งสำคัญ และเมื่อเราควบคุมสิ่งเหล่านี้ได้ดีขึ้น เราก็สามารถส่งมอบความแน่นอนให้ลูกค้าได้มากขึ้น” ไพศาล เสริม กล้าเปลี่ยนวิธีคิดในวิถีเกษตรกรรม: ยกระดับมาตรฐาน GAP และความมั่นคงของรายได้ เมื่อ CPF ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับคู่ค้า ยิ่งไพศาลการเกษตรก็ได้ส่งต่อแนวคิดนั้นให้เกษตรกรในเครือข่ายอีกทอดหนึ่ง ตั้งแต่การปลูกให้มีประสิทธิภาพ การแก้ปัญหาหน้างาน ไปจนถึงการปรับกระบวนการให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่ตลาดต้องการ ไพศาล เล่าว่า “เราภูมิใจที่ได้มีโอกาสร่วมพัฒนากลุ่มเกษตรกรที่เข้ามาอยู่ในกลุ่มสมาชิกของเราให้ก้าวสู่การเกษตรสากลมากขึ้น บางครั้งเกษตรกรมีความเชื่อแบบเดิม ซึ่งบางทีอาจไม่ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพสม่ำเสมอ เราจึงค่อย ๆ เข้าไปเสนอขั้นตอน และกระบวนการให้เขาเริ่มลงมือทำ ให้เห็นว่าทำจริงแล้วได้ผลจริง มีรายได้จริง ความยากคือการเปลี่ยนทัศนคติ เราต้องอธิบายให้ชัดเจนว่าเปลี่ยนแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีได้อย่างไร” ตัวอย่างที่ชัดเจนคือการทำงานร่วมกับกลุ่มเกษตรกรกว่า 2,000 ราย ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยการชวนให้เกษตรกรเปลี่ยนจากวิถีการทำงานแบบเดิม มาสู่การปลูกตามมาตรฐาน GAP (Good Agricultural Practices) หรือการผลิตทางการเกษตรที่ดีและเหมาะสม ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ต้องใช้เวลา ความเข้าใจ และความเชื่อมั่น จึงไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ภายในวันสองวัน ยิ่งไพศาลการเกษตรใช้เวลาเกือบ 5 ปี ในการค่อย ๆ เข้าไปพูดคุย ถ่ายทอดแนวทางปฏิบัติ และทำให้เกษตรกรเห็นด้วยตาตัวเองว่า การเปลี่ยนแปลงไม่ได้หมายถึงการทิ้งสิ่งที่เคยทำมา แต่เรามองไปถึงการต่อยอดให้ผลผลิตมีคุณภาพมากขึ้น ขายได้ดีขึ้น และสร้างรายได้ที่มั่นคงขึ้นให้ครอบครัว เมื่อผลลัพธ์เริ่มปรากฏผ่านผลผลิตที่มีคุณภาพ รายได้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น และอัตราผลผลิตต่อไร่ของพืชอย่างกระเทียม ขยับจากประมาณ 3,500 กิโลกรัมต่อไร่ เป็น 4,000 กิโลกรัมต่อไร่ จึงเริ่มสร้างความเชื่อมั่นและความกล้าให้เกษตรกรเปิดใจรับแนวทางใหม่ ๆ นอกจากนี้ ยิ่งไพศาลการเกษตรยังออกแบบเงื่อนไขที่ช่วยให้เกษตรกรวางแผนชีวิตได้มั่นคงขึ้น ทั้งการรับซื้อผลผลิตพร้อมประกันราคา 100% สำหรับเกษตรกรที่ขายผลผลิตทั้งหมดให้บริษัทฯ หรือทางเลือกในการประกันราคาครึ่งหนึ่งโดยเปิดโอกาสให้เกษตรกรนำอีกส่วนไปขายตามราคาตลาดได้ตามการตัดสินใจของตัวเอง ไพศาล เสริมว่า “เมื่อมีตลาดรองรับ เกษตรกรก็กล้าลงมือ และเมื่อมีมาตรฐานรองรับ ผลผลิตก็มีคุณภาพมากขึ้น สิ่งเหล่านี้ทำให้เกษตรกรมีแรงบันดาลใจที่จะเพาะปลูกตามขั้นตอนที่เราวางแผนร่วมกัน เพราะเขาเห็นแล้วว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปทำให้อาชีพของเขามั่นคงขึ้นได้จริง ในฐานะคนเหนือคนหนึ่ง พอได้เห็นเกษตรกรบ้านเกิดมีรายได้จากอาชีพที่เขาทำ เลี้ยงครอบครัวได้ และมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เราก็ดีใจไปกับเขาด้วย” บทสรุป: 10 ปีแห่งการเป็นพาร์ทเนอร์ และความภูมิใจที่ได้เติบโตไปพร้อมกัน นับจากวันแรกที่ร่วมงานกับ CPF จนถึงวันนี้ เป็นเวลากว่า 10 ปีแล้วที่ยิ่งไพศาลการเกษตรเดินอยู่บนเส้นทางของการเป็นคู่ค้าและพาร์ทเนอร์ที่เติบโตไปพร้อมกัน โดยระหว่างทาง ไพศาลได้เห็นว่าการเติบโต หมายถึงการทำให้ธุรกิจแข็งแรงพอที่จะดูแลคนในห่วงโซ่ทั้งหมด ตั้งแต่เกษตรกรต้นน้ำ พนักงานในโรงงาน ไปจนถึงชุมชนรอบตัว โดยเส้นทางของ ยิ่งไพศาลการเกษตร อาจเริ่มต้นจากธุรกิจท้องถิ่นที่เข้าใจพืชผลภาคเหนือ แต่สิ่งที่ทำให้ธุรกิจเดินทางมาถึงวันนี้ได้ คือความกล้าที่จะไม่หยุดอยู่กับวิธีเดิม “ผมไปร่วมกิจกรรมของ CPF แทบทุกครั้งที่ได้รับเชิญ เพราะทุกครั้งเราได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เรามั่นใจว่าเมื่อไปแล้ว เราจะได้อะไรกลับมา และเมื่อนำมาปรับใช้ ก็เห็นผลลัพธ์ที่ดีจริง สิ่งนี้กลายเป็นพลังให้เราในฐานะผู้ประกอบการ SME ที่จะลองใช้นวัตกรรมใหม่ วิธีการใหม่ และพัฒนาผลิตภัณฑ์เราให้ดีขึ้นไปเรื่อย ๆ” ไพศาล กล่าวปิดท้าย ความฝันที่จะเห็นสินค้าเกษตรจากภาคเหนือเดินทางไปได้ไกลกว่าเดิม สำหรับยิ่งไพศาลการเกษตรจึงไม่ใช่คำใหญ่โตที่ถูกเขียนทิ้งไว้บนหน้ากระดาษ เพราะวันนี้ ไพศาลได้ลงมือทำและเห็นสิ่งนั้นเกิดขึ้นจริง ผ่านเกษตรกรบ้านเกิดที่ค่อย ๆ เติบโตไปด้วยกันอย่างมั่นคง #CPFPartnerStories #คู่ค้าเล่าเรื่อง #PartnerToGrow
“เปลี่ยนวิธีคิด พลิกชีวิตเกษตรกร” ถอดบทเรียน ‘ยิ่งไพศาลการเกษตร’ SME จากลำพูนที่โตแบบก้าวกระโดด บางครั้งการเติบโตของธุรก





Comments