ส.อ.ท.ชี้ไทยได้อานิสงส์สำรองอาหาร ใช้วิกฤตพัฒนาสินค้าตอบโจทย์ตลาดโลก เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงกรณีหลายประเทศมีการสำรองอาหารเพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉินในหลายประเทศ ว่า นโยบายที่หลายประเทศแนะนำให้ประชาชนสำรองอาหารและของใช้จำเป็นภายในครัวเรือน เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉิน ทั้งภัยพิบัติ สภาพอากาศรุนแรง ไฟฟ้าดับ การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งส่งผลให้ประชาชนมีการเตรียมความพร้อมด้านอาหารมากขึ้น และกระตุ้นความต้องการซื้ออาหารเพื่อสำรองไว้ในครัวเรือน อาจช่วยกระตุ้นความต้องการสินค้าอาหารบางประเภทในระยะสั้น โดยนโยบายดังกล่าวถือเป็นปัจจัยบวกต่อประเทศไทยในฐานะประเทศผู้ผลิตและส่งออกอาหารรายสำคัญ ซึ่งในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 ไทยส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตรรวมประมาณ 1.28 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นสินค้าเกษตร 700,102 ล้านบาท และสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตรหรืออาหารแปรรูป 579,538 ล้านบาท แม้มูลค่ารวมยังลดลง 4.83% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนแต่สินค้ามูลค่าเพิ่มบางกลุ่มยังขยายตัวได้ดี สะท้อนว่าสินค้าอาหารของไทยยังมีโอกาสในตลาดโลก โดยเฉพาะสินค้าที่เก็บรักษาได้นาน ไม่ต้องแช่เย็น พร้อมรับประทาน หรือใช้พลังงานในการปรุงต่ำ เช่น อาหารกระป๋อง อาหารสำเร็จรูป ผลไม้อบแห้ง เครื่องปรุงรส และอาหารสัตว์เลี้ยง “ความต้องการสินค้าอาหารที่เพิ่มขึ้นจากการสำรองอาหารอาจเป็นปัจจัยกระตุ้นอุปสงค์ในระยะสั้น ขณะเดียวกันในช่วงปลายปียังเป็นช่วงที่ประเทศในเขตหนาวมีความต้องการนำเข้าสินค้าอาหารเพิ่มขึ้นตามปัจจัยฤดูกาล (Seasonal Demand) เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ฤดูหนาวและการเข้าสู่ช่วงเทศกาลปีใหม่ ยิ่งช่วยหนุนคำสั่งซื้อสินค้าอาหารในตลาดต่างประเทศซึ่งเป็นโอกาสสำหรับผู้ผลิตและผู้ส่งออกสินค้าอาหารไทยในการขยายคำสั่งซื้อในช่วงปลายปี”นางพิมพ์ใจกล่าว แนะเอกชนพัฒนาผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์รอบด้าน นางพิมพ์ใจ กล่าวว่า ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นของความต้องการดังกล่าวอาจเป็นการขยายตัวชั่วคราว มากกว่าจะสะท้อนถึงการเติบโตของตลาดในระยะยาว ภาคเอกชนจึงไม่ควรเร่งเพิ่มกำลังการผลิตจากคำสั่งซื้อระยะสั้นเพียงอย่างเดียว แต่ควรศึกษาความต้องการของแต่ละตลาดและปรับผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับการสำรองในครัวเรือน ทั้งอายุการเก็บรักษา ขนาดบรรจุภัณฑ์ ความสะดวกในการเปิดและบริโภค คุณค่าทางโภชนาการ ตลอดจนการบริหารวัตถุดิบและสินค้าคงคลังให้ยืดหยุ่น เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอุปสงค์ที่อาจลดลงหลังครัวเรือนมีสินค้าสำรองเพียงพอแล้ว อีกปัจจัยสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน คือ การสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยและมาตรฐาน ตั้งแต่การผลิตวัตถุดิบตามหลักเกษตรที่ดี กระบวนการผลิตตามมาตรฐาน GMP และ HACCP ระบบตรวจสอบย้อนกลับ รวมถึงข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมและคาร์บอน ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการควรลงทุนด้านการวิจัย การแปรรูป บรรจุภัณฑ์ นวัตกรรมอาหาร และการสร้างแบรนด์ เพื่อยกระดับจากการจำหน่ายวัตถุดิบไปสู่สินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ส.อ.ท. จึงมุ่งขับเคลื่อนโครงการ Thailand Food Valley เพื่อเชื่อมโยงห่วงโซ่อาหารตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ครอบคลุมการวางแผนผลิตวัตถุดิบ การรวบรวมและคัดคุณภาพ การแปรรูป การใช้เทคโนโลยีและห้องเย็น การพัฒนามาตรฐานและระบบตรวจสอบย้อนกลับ รวมถึงการเชื่อมตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยใช้กลไกสภาอุตสาหกรรมจังหวัดและสถาบันอุตสาหกรรมเพื่อการเกษตรร่วมคัดเลือกสินค้าเป้าหมายหรือ Product Champion ที่สอดคล้องกับศักยภาพของแต่ละพื้นที่ นางพิมพ์ใจ กล่าวว่า แนวทางดังกล่าวเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ 5I ของ ส.อ.ท. ทั้งการใช้เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การพัฒนามาตรฐานและนวัตกรรมอาหาร การสร้างเครือข่ายตลาดต่างประเทศ การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านห้องเย็นและโลจิสติกส์ และการสร้างความยั่งยืนให้เกษตรกร ผู้ประกอบการ SMEs และผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่ เพื่อเปลี่ยนความต้องการสินค้าอาหารที่เพิ่มขึ้นในตลาดโลกให้เป็นโอกาสในการขยายการส่งออก และสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าอาหารไทย
ส.อ.ท.ชี้ไทยได้อานิสงส์สำรองอาหาร ใช้วิกฤตพัฒนาสินค้าตอบโจทย์ตลาดโลก เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุ






Comments