คำเตือนระดับภัยคุกคามจากแบบฟอร์ม (S-1) ของ ‘Anthropic’ ค่ายเทคโนโลยี AI ยักษ์ใหญ่ผู้พัฒนาโมเดล Claude ระบุว่าภัยความมั่นคงที่น่ากลัวที่สุดในปัจจุบันไม่ได้มาจากแค่แฮกเกอร์อีกต่อไป แต่คือ ‘ภัยจากภายใน’ ผ่านกลุ่มบุคคลที่มีแรงจูงใจแอบแฝงเข้ามาปลอมแปลงตัวตนและสวมรอยสมัครงาน หวังเข้าถึงซอร์ซโค้ด น้ำหนักโมเดล และข้อมูลลับ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้รัฐบาลต่างชาติหรือคู่แข่ง ท่ามกลางช่วงเวลาที่เตรียมตัวเข้าสู่ตลาดหุ้น-ตัวเลขขาดทุนยับ ไอเอ็นซี (Inc.) รายงานเกี่ยวกับเอกสารยื่นจดทะเบียนเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะเป็นครั้งแรก หรือ S-1 Filing ของ ‘แอนโทรปิก (Anthropic)’ ห้องปฏิบัติการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ชั้นนำผู้อยู่เบื้องหลังโมเดล AI ชื่อดังอย่าง Claude ซึ่งแสดงให้เห็นว่าภัยคุกคามด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ของบริษัทนั้นแผ่ขยายไปไกลเกินกว่าแค่พวกกลุ่มแฮกเกอร์ที่พยายามเจาะระบบจากภายนอก แต่กลุ่มผู้ประสงค์ร้ายในปัจจุบันกำลังพยายามแฝงตัวเข้ามาในองค์กรด้วยรูปแบบ “การถูกจ้างงาน” ในเอกสาร IPO ที่เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา Anthropic ได้เปิดเผยข้อมูลสำคัญว่า กลุ่มผู้ก่อภัยคุกคามได้พยายามที่จะแทรกซึมเข้ามาภายในบริษัทและพาร์ตเนอร์ผู้ให้บริการภายนอก (Third-Party Providers) ผ่านกระบวนการยื่นใบสมัครงาน เราถูกบุคคลที่พยายามเข้ามาสมัครงานโดยใช้ตัวตนปลอม หรือเป็นผู้ที่มีแรงจูงใจซ่อนเร้นแฝงในการเข้ามาทำงานกับเราอยู่หลายครั้ง และคาดว่าจะยังคงตกเป็นเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงบริษัทภายนอกที่เราพึ่งพากันและกันก็ตกเป็นเป้าด้วยเช่นกัน” Anthropic ระบุไว้อย่างชัดเจนในเอกสาร S-1 Anthropic อธิบายถึงความพยายามในการยื่นใบสมัครงานเหล่านี้ว่าเป็น “ภัยคุกคามจากภายใน” ที่สามารถนำไปสู่การรั่วไหลของข้อมูลที่อ่อนไหวอย่างร้ายแรงได้ พร้อมเผยว่า พนักงานประจำและพนักงานสัญญาจ้าง ที่มีอยู่ในปัจจุบันก็อาจถูกแทรกแซงและได้รับผลกระทบเช่นกัน ผ่านความพยายามของกลุ่มสายสืบที่หนุนหลังโดยรัฐบาล บริษัทคู่แข่ง หรือกลุ่มอื่น ๆ ที่พยายามเข้ามาติดต่อรีครูต ให้สินบน หรือข่มขู่ยับยั้ง เพื่อบังคับให้พนักงานเหล่านั้นยอมส่งมอบความลับทางการค้าของบริษัทให้ เสี่ยงถูกขโมย ‘Model Weights’ หัวใจของระบบ AI แม้ในเอกสารยื่นจดทะเบียนจะไม่ได้ระบุชัดเจนว่ามีผู้สมัครงานที่มีเจตนาแอบแฝงเหล่านี้ประสบความสำเร็จในการแทรกซึมเข้ามาร่วมงานแล้วหรือยัง แต่ Anthropic ได้ออกเตือนถึงผลกระทบอันใหญ่หลวงหากคนนอกเหล่านี้ทำสำเร็จว่า พวกเขาจะสามารถที่จะยักยอกและขโมยข้อมูลที่อ่อนไหว เปิดช่องทางเข้าถึงระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือแอบใส่จุดอ่อนและช่องโหว่ลงไปในระบบ โมเดล หรือผลิตภัณฑ์ของเราได้อย่างง่ายดาย สิ่งสำคัญที่สุดที่เสี่ยงต่อการถูกโจรกรรมคือ “Model Weights” ซึ่งเปรียบเสมือนชุดไฟล์รากฐานที่เป็นตัวขับเคลื่อนพละกำลังและความสามารถทั้งหมดของระบบ AI หากไฟล์เหล่านี้ถูกขโมยออกไป ผู้ประสงค์ร้ายจะสามารถคัดลอกและเลียนแบบเทคโนโลยีของ Anthropic ไปใช้งานได้ทันที รวมถึงสามารถรันโมเดลดังกล่าวได้โดยปราศจากระบบกลไกความปลอดภัยที่บริษัทคอยกำกับไว้ เป็นความเสี่ยงอันใหญ่หลวงต่อการนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการโจมตีทางไซเบอร์ การหลอกลวงต้มตุ๋น หรือการนำไปใช้ประโยชน์ในทางที่เป็นภัยอันตรายอื่น ๆ เตรียมเข้าตลาดหุ้น แต่ยอดขาดทุนมหาศาล-วิกฤตความปลอดภัย การเปิดเผยข้อมูลอันน่าตกใจนี้เกิดขึ้นในขณะที่ Anthropic กำลังเร่งเครื่องเตรียมพร้อมสำหรับการเดินหน้าเข้าสู่ตลาดหุ้น (IPO) พร้อม ๆ กับการเปิดเผยงบการเงินที่แสดงตัวเลข ขาดทุนมหาศาลสูงถึง 80,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2.8 ล้านล้านบาท ในช่วงครึ่งแรกของปี เอกสาร S-1 ได้วางโครงสร้างความเสี่ยงทางธุรกิจที่บริษัทกำลังเผชิญ โดยมอบภาพสะท้อนให้เหล่านักลงทุนได้เห็นถึงความท้าทายอันซับซ้อนในการปกป้องระบบ AI ที่นับวันจะยิ่งทรงพลังและฉลาดมากขึ้นเรื่อย ๆ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวยังเกิดขึ้นหลังจากที่ ดาริโอ อโมเดอี (Dario Amodei) ซีอีโอของ Anthropic ได้ตีพิมพ์เรียงความช็อกโลกเกี่ยวกับภัยคุกคามและอันตรายที่ AI อาจก่อให้เกิดต่อมนุษยชาติได้ไม่ถึงหนึ่งเดือน โดยในเรียงความนั้น เขาเรียกร้องให้บริษัทเทคโนโลยีทั่วโลกลดความเร็วและชะลออัตราการพัฒนา AI ลง พร้อมเสนอให้มีการจัดตั้งผู้ประเมินความปลอดภัยที่เป็นอิสระ การสร้างมาตรฐานร่วมกันระหว่างห้องปฏิบัติการ AI และการร่วมมือกันในระดับนานาชาติ เหตุการณ์ตึงเครียดในช่วงที่ผ่านมายังสะท้อนให้เห็นถึงความยากลำบากในการควบคุม AI ให้อยู่ในร่องในรอย ตัวอย่างเช่น ในระหว่างการทดสอบ โมเดลตัวหนึ่งของ Anthropic ถึงกับส่งเบาะแสการฆาตกรรมปลอมไปให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจในฟิลาเดลเฟีย ขณะที่เหตุการณ์อื่น ๆ ที่เคยมีรายงานยังรวมถึงการที่ระบบเข้าถึงข้อมูลผู้ลงคะแนนเสียงในรัฐจอร์เจียโดยไม่ได้รับอนุญาต ตลอดจนการยื่นใบสมัครขอวีซ่าเองโดยอัตโนมัติ รูปแบบการทำงานแบบ Remote Work – ปัญหาการแทรกซึม Anthropic ยอมรับว่า รูปแบบการทำงานของบริษัทที่อนุญาตให้พนักงานทำงานจากระยะไกล (Remote Workforce) รวมถึงการพึ่งพาผู้ให้บริการภายนอก (Outside Vendors) เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ภัยคุกคามเหล่านี้ตรวจจับได้ยากยิ่งขึ้น ในเอกสารได้ระบุคำเตือนไว้ว่า ในบางประเทศ พนักงานหรือผู้ให้บริการภายนอกอาจถูกข้อบังคับทางกฎหมายของประเทศนั้น ๆ บีบบังคับให้ต้องยินยอมเปิดทางให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลเข้าถึงระบบหรือข้อมูลของบริษัท โดยที่คนเหล่านั้นอาจไม่สามารถหรือถูกห้ามไม่ให้แจ้งเตือนให้ Anthropic ทราบล่วงหน้าด้วยซ้ำ เมื่อสื่อต่างประเทศอย่างไอเอ็นซีติดต่อไปยัง Anthropic เพื่อขอความคิดเห็นเพิ่มเติมในประเด็นที่ว่า มีผู้สมัครงานที่มีเจตร้ายเคยถูกจ้างงานเข้ามาแล้วหรือไม่ พวกเขาได้รับสิทธิเข้าถึงระบบสำคัญหรือไม่ และบริษัทใช้มาตรการคัดกรองผู้สมัครอย่างไร ทาง Anthropic ไม่ได้ตอบกลับการสอบถามดังกล่าวในทันทีแต่อย่างใด อย่างไรก็ดี ในเอกสารจดทะเบียนยื่นขายหุ้น บริษัทได้เขียนระบุไว้อย่างชัดเจนว่า กำลังเร่งยกระดับความพยายามอย่างเต็มที่ในการปกป้องเทคโนโลยีของตน แต่ก็เตือนว่าเหตุการณ์หลุดรอดอาจเกิดขึ้นได้เสมอ ในขณะที่เรากำลังลงทุนและยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยและการควบคุมอย่างจริงจัง แต่ในอดีตที่ผ่านมา และอาจรวมถึงในอนาคต เราอาจจะต้องดำเนินงานภายใต้ข้อจำกัดหรือช่องโหว่ด้านการป้องกันบางประการที่เราทราบดี ในระหว่างที่เรากำลังพัฒนาด้านความปลอดภัยให้สมบูรณ์ขึ้น” Anthropic ระบุสรุปในเอกสาร เพราะไม่มีโปรแกรมความปลอดภัยของข้อมูลใดในโลก ที่จะสามารถป้องกันเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ได้ทั้งหมด 100%” อ่านข่าวต้นฉบับ: ‘Anthropic’ เตือนภัยค่าย AI ไม่ใช่แค่แฮกเกอร์ แต่คือ ‘ผู้สมัครงาน’ เจตนาแฝง

QUOTE · 引述
คำเตือนระดับภัยคุกคามจากแบบฟอร์ม (S-1) ของ ‘Anthropic’ ค่ายเทคโนโลยี AI ยักษ์ใหญ่ผู้พัฒนาโมเดล Claude ระบุว่าภัยความมั่น