บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ สรุปเกณฑ์จัดระเบียบแบ่งกลุ่ม 7 ระดับ ตามการใช้ไฟฟ้า โครงการใหม่กำหนดมาตรฐานขั้นต่ำ Minimum Requirement และทำ CoP ใช้กับโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง ให้เวลาปรับตัว 1 ปี พร้อมเตรียมตั้ง DC-OSS ชงครม. 3 พ.ย. นี้ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ หรือบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ เปิดเผยว่า ในที่ประชุมมองว่าดาต้าเซ็นเตอร์เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านเอไอที่สำคัญ แต่ไทยไม่ได้ต้องการเม็ดเงินลงทุนอย่างเดียว ทว่าไม่ต้องการสร้างภาระต่อประชาชน และจะต้องสร้างมูลค่า ขีดความสามารถให้ประเทศอย่างแท้จริง โดยที่ประชุมได้หลักสำคัญ 3 เรื่อง ซึ่งจะเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันอังคารที่ 3 พ.ย. ดังนี้ 1.มอบให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือดีอี จัดทำระบบ Dashboard TH-DC เพื่อรวบรวมข้อมูลการอนุญาตดาต้าเซ็นเตอร์ และจัดระเบียบ มีข้อมูลสถานะ และข้อมูลการใช้ทรัพยากร โดยนิยามหมวดหมู่แบ่งเป็น 7 ระดับ ตามการใช้ไฟฟ้า รวมทั้งกำหนดข้อกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำ (Minimum Requirements) สำหรับโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ที่จะเปิดให้บริการใหม่ เพื่อจัดระเบียบ คำนึงถึงทุกมิติ ทั้งการใช้ไฟ น้ำ การผังเมือง ความปลอดภัย การใช้น้ำมัน และชุมชน ซึ่งหากถูกต้องตามหลักก็สามารถเปิดต่อไปได้ แต่หากผิดหลักก็ต้องปรับแก้ไขให้ถูกต้อง 2.สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างจะไม่เปลี่ยนกติกาย้อนหลัง แต่จะจัดทำรายงานประมวลหลักการปฏิบัติ (Code of Practice หรือ CoP) เพื่อให้เปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรม (Governance) ไม่ทำให้การลงทุนสะดุด โดยจะให้เวลาดำเนินการปรับตัว 1 ปี และจัดตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองเพื่อดูทุกมิติให้เป็นไปตามมาตรฐาน และให้โครงการใหม่สร้างผลประโยชน์และมูลค่าต่อเศรษฐกิจไทยอย่างแท้จริง โดยคำนึงถึงเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และยุทธศาสตร์ เช่น การดึงให้ธุรกิจไทยเข้าไปอยู่ในซัพพลายเชน การพัฒนาทักษะคนไทย และใช้ทรัพยากรให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศอย่างแท้จริง 3.จัดตั้ง Data Center One Stop Service (DC-OSS) เพื่อเป็นระบบกลไกกลางติดตามทุกอย่าง โดยจะให้ดีอีเป็นผู้รับผิดชอบ “สิ่งสำคัญคือต้องรู้ว่ามีดาต้าเซ็นเตอร์อยู่ที่ไหนบ้าง กำกับให้ดี ใช้ทรัพยากรประเทศเท่าไร และเปลี่ยนผ่านให้ราบรื่น คนที่ลงทุนแล้วถูกต้องให้เดินต่อ ผู้ที่ผิดต้องปรับให้เดินต่อได้ ดาต้าเซ็นเตอร์เป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานโลกเอไอแห่งอนาคต วันนี้ได้สรุปทุกอย่าง จัดระเบียบ เกิดการเปลี่ยนผ่านชัดเจน และใช้ยกระดับมูลค่า ขีดความสามารถเศรษฐกิจไทย โดยไม่เป็นภาระประชาชน สังคม สิ่งแวดล้อม และจะนำเสนอเข้าครม. อังคารหน้า (3 พ.ย.)” ดร.เอกนิติ กล่าว นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในฐานะเลขาบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ กล่าวว่า ดาต้าเซ็นเตอร์นิยามหมวดหมู่แบ่งเป็น 7 ระดับ ตามขนาดการใช้ไฟฟ้า ได้แก่ ระดับที่ 1) 0-0.5 เมกะวัตต์ ระดับที่ 2) 0.5-5 เมกะวัตต์ ระดับที่ 3) 5-10 เมกะวัตต์ ระดับที่ 4) 10-20 เมกะวัตต์ ระดับที่ 5) 20-50 เมกะวัตต์ ระดับที่ 6) 50-200 เมกะวัตต์ และระดับที่ 7) 200 เมกะวัตต์ขึ้นไป นายดนุชา กล่าวว่า ระดับที่ 1-4 นั้นจะใช้เงื่อนไขข้อกำหนดพื้นฐานที่ไม่เข้มข้นนัก เนื่องจากมีขนาดเล็ก การใช้ CoP จะใช้เวอร์ชัน 1 ที่เรียกว่า Lite ส่วนระดับที่ 5 ใช้เวอร์ชัน 2 ขณะที่ระดับที่ 6-7 จะมีการประกาศ CoP อีกครั้ง เพื่อไม่ให้การปรับตัวเกิดขึ้นอย่างรุนแรง “กลุ่มที่เปิดแล้ว ได้ใบอนุญาตก่อสร้างแล้ว และก่อสร้างแล้ว จะใช้ CoP ตามขนาดดาต้าเซ็นเตอร์ และปรับให้เป็นไปตามมาตรฐาน โดยให้เวลาปรับตัว 1 ปี และกลุ่มที่ยังไม่ได้รับใบอนุญาตหรือใบก่อสร้างใดเลย จะเป็นโครงการใหม่ที่ต้องเข้ามาดำเนินการในขั้นตอน มีระบบคณะกรรมการกลั่นกรอง และให้ภาคเอกชนนำเสนอ (Pitching) เพื่อดูว่าให้ประโยชน์กับไทยได้ขนาดไหน” นายดนุชา กล่าว นายดนุชา กล่าวว่า ปัจจุบันมีดาต้าเซ็นเตอร์แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มที่เปิดให้บริการแล้ว จำนวน 63 โรง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นขนาดเล็ก 2.กลุ่มที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง รอใบอนุญาตเพื่อเปิดทำการ จำนวน 20 โรง ซึ่งจะไปต่อได้ เมื่อผ่านครม. และ 3.กลุ่มที่ยื่นข้อเสนอเข้ามา เป็นโครงการใหม่ที่รอใช้กลไกใหม่นี้ จำนวน 100 กว่าโรง ซึ่งในระยะถัดไปต้องพิจารณาความเหมาะสมด้านพื้นที่ การใช้น้ำและไฟ ความสามารถในการรองรับ ซึ่งจะต้องเข้าระบบคณะกรรมการกลั่นกรองและการแข่งกันพิชชิ่งของภาคเอกชน เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศมากที่สุด ซึ่งจะสรุปรายละเอียดและเริ่มใช้หลักเกณฑ์ใหม่นี้กับโครงการใหม่เร็วที่สุด คาดว่าราวเดือน ธ.ค. นี้ อ่านข่าวต้นฉบับ: บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ เคาะแนวทางจัดระเบียบ โครงการเก่า-ใหม่
บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ สรุปเกณฑ์จัดระเบียบแบ่งกลุ่ม 7 ระดับ ตามการใช้ไฟฟ้า โครงการใหม่กำหนดมาตรฐานขั้นต่ำ Minimum Requireme






Comments